เขียนโดย : กูรูเช็ค

Views 25

2026-10-19 17:00

BI-PHASE SYSTEM™ คืออะไร? เทคโนโลยีอาหารเสริม ที่ช่วยสร้างแบรนด์ให้แตกต่าง [กูรูเช็ค]

สารบัญ

ในตลาดอาหารเสริมปี 2026 ที่การแข่งขันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง “แค่มีสารสำคัญดี” อาจไม่เพียงพออีกต่อไป สิ่งที่กลายเป็นตัวตัดสินความแตกต่างของแบรนด์ คือ “เทคโนโลยีการนำส่งสารสำคัญ (Delivery System)” ที่สามารถเปลี่ยนประสิทธิภาพของสูตรให้เหนือกว่าคู่แข่งได้อย่างชัดเจน

หนึ่งในเทคโนโลยีที่กำลังถูกจับตามอง คือ BI-PHASE SYSTEM™ จาก Beyond Laboratory (Thailand) ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ Pain Point สำคัญของอาหารเสริมแบบดั้งเดิม นั่นคือ “การดูดซึมไม่ต่อเนื่อง” และ “การออกฤทธิ์ไม่ครอบคลุมช่วงเวลา”

BI-PHASE SYSTEM™ คืออะไร?

BI-PHASE SYSTEM™ คือระบบการนำส่งสารสำคัญแบบ 2 เฟส (Dual-Phase Delivery) ที่ผสาน “ความเร็ว” และ “ความต่อเนื่อง” ไว้ในโดสเดียว โดยแบ่งออกเป็น:

• Phase 1: Sustained Support Phase (Tablet 400 mg)
ทำหน้าที่ค่อย ๆ ปลดปล่อยสารสำคัญอย่างต่อเนื่อง (sustained release) เพื่อช่วยคงระดับสารในร่างกายให้เสถียร ลดปัญหาการผันผวนระดับของสารในพลาสมา (plasma fluctuation) และสนับสนุนผลลัพธ์ในระยะยาว

• Phase 2: Fast Absorption Phase (Liquid Shot 20 ml)
สารละลายที่อยู่ในรูปแบบของเหลวที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้รวดเร็ว (rapid absorption) เหมาะกับสารที่ต้องการออกฤทธิ์ได้ทันที เช่น วิตามินซี หรือสารฟื้นฟูฉับไว

เมื่อทั้งสองเฟสทำงานร่วมกัน จะเกิดรูปแบบการออกฤทธิ์แบบ “Immediate + Sustained Effect” นั่นคือการออกฤทธิ์ 2 จังหวะในการทานครั้งเดียว โดยสารสำคัญจะออกฤทธิ์เร็วทันที (Immediate) และ ค่อย ๆ ปลดปล่อยสารสำคัญต่อเนื่องไปยาวนาน (Sustained) ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับการออกแบบยา (pharmaceutical-inspired delivery) ที่ถูกนำมาประยุกต์ในอาหารเสริมระดับพรีเมียม

ทำไม BI-PHASE SYSTEM™ ถึงสำคัญสำหรับเจ้าของแบรนด์?

• แก้ Pain Point ของสูตรทั่วไป
อาหารเสริมส่วนใหญ่มีข้อจำกัด เช่น ดูดซึมเร็วแต่หมดไว หรือออกฤทธิ์ช้าแต่ไม่เห็นผลทันที BI-PHASE SYSTEM™ แก้ปัญหานี้ด้วย Dual Absorption Technology ทำให้ผู้บริโภคได้ผลลัพธ์ “ทั้งทันทีและต่อเนื่อง”

• ออกแบบสูตรได้แม่นยำขึ้น (Smart Ingredient Design)
การแยกเฟสเปิดโอกาสให้นักพัฒนาสูตรสามารถเลือกรูปแบบของสารสำคัญที่จะใส่ได้อย่างมีเหตุผล เช่น

  • - สารที่ไม่เสถียร → อยู่ใน Tablet/Capsule
  • - สารละลายน้ำดี → อยู่ใน Liquid

ช่วยลดการเสื่อมของสารสกัด และเพิ่มการดูดซึมสารสำคัญโดยรวมของสูตรให้ดีขึ้นได้

• เพิ่ม Value ทางการตลาดอย่างชัดเจน
รูปแบบ Overcap 2-in-1 ไม่ใช่แค่ functional innovation แต่ยังเป็น visual innovation ที่ช่วยให้สินค้าโดดเด่นบนชั้นวางสินค้า และสร้างการรับรู้ของผู้บริโภคให้รู้สึกว่าอาหารเสริมของเรา “พรีเมียม + มีนวัตกรรม” ได้ทันที

• รองรับการสร้าง Storytelling ของแบรนด์
BI-PHASE SYSTEM™ ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่สามารถต่อยอดเป็น “Key Selling Point” เช่น

  • - Immediate Glow + Long-term Repair
  • - Detox + Refresh
  • - Protect + Recover

ซึ่งสื่อสารกับผู้บริโภคได้ง่ายและทรงพลัง

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้จริงในเชิง Product Development

เทคโนโลยี BI-PHASE SYSTEM™ สามารถแตกออกเป็นหลายหมวดหมู่  ได้อย่างชัดเจน เช่น:

• Beauty (Aura Bright)
ออกแบบให้ Liquid ทำหน้าที่ Boost ผิวใสทันที ขณะที่ Tablet ฟื้นฟู skin barrier และลด melanogenesis ในระยะยาว โดยใช้แนวคิด Synergy Pathway หรือก็คือการทำงานร่วมกันของสารหลายตัว เช่น Vitamin C + Glutathione + Cysteine + Zinc

• Sun Care (Summer Shine)
แบ่งบทบาทเป็น “After Sun Recovery” โดย Liquid ช่วยปลอบประโลมผิวที่ถูก UV damage แบบเฉียบพลัน และ Tablet ใช้สารที่มาช่วยลด inflammatory response การอักเสบระดับเซลล์

• Hangover & Lifestyle (NEXT Shot)
ใช้ Dual Action ตอบโจทย์คนสายปาร์ตี้ / ฟื้นฟูร่างกาย  คือ Detox pathway ในส่วนของรูปแบบเม็ด เลือกสารสำคัญที่มาช่วยสนับสนุนการทำงานของตับในการดีท็อกซ์สารพิษ หรือแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย  + Rehydration & energy recovery ในเฟสของ Liquid

• Immunity (Vital C)
อาหารเสริมภูมิคุ้มกันในส่วนของ Liquid สามารถเลือกใช้เป็น high-dose Vitamin C เพื่อ immediate immune activation กระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกันในร่างกาย ขณะที่ Tablet เสริมเป็นพวกสารต้านอนุมูลอิสระ และแร่ธาตุเพื่อเสริมความแข็งแรงให้เซลล์ภูมิคุ้มกันทำงานได้นานขึ้น

• Gut Health (Fiber Plus)
เป็นสูตรเพื่อสุขภาพลำไส้และการขับถ่าย ที่ผสาน insoluble fiber มาช่วยกระตุ้นการขับถ่าย การขยับตัวของลำไส้ในรูปแบบ Tablet กับ prebiotics รูปแบบ Liquid เข้าไปเป็นอาหารให้กับ probiotic ในร่างกาย เพื่อปรับสมดุลลำไส้

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า BI-PHASE SYSTEM™ ไม่ใช่แค่ format ใหม่ แต่เป็น “platform technology” ที่สามารถแตกไลน์สินค้าได้หลากหลาย

 

สรุปในมุมเจ้าของแบรนด์

หากคุณกำลังมองหาความแตกต่างในตลาดอาหารเสริม BI-PHASE SYSTEM™ คือเครื่องมือที่ช่วยยกระดับได้ทั้ง 3 ด้านพร้อมกัน:

  • - Product Performance → ดูดซึมดีขึ้น เห็นผลชัดขึ้น
  • - Consumer Experience → รู้สึกถึงผลลัพธ์ได้เร็ว
  • - Brand Positioning → ดูพรีเมียม มีนวัตกรรม

ในยุคที่ผู้บริโภคเริ่มเข้าใจเรื่อง “bioavailability” และ “delivery system” มากขึ้น การเลือกเทคโนโลยีการผลิตจึงไม่ใช่แค่เรื่องเบื้องหลังอีกต่อไป แต่กลายเป็น “หัวใจของแบรนด์”

สำหรับแบรนด์ที่ต้องการพัฒนาสินค้าในรูปแบบนี้ สามารถติดต่อได้ที่ :
Beyond Laboratory (Thailand) Company Limited โรงงานผลิตอาหารเสริมที่มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอาหารเสริมเชิงนวัตกรรม และรองรับการสร้างสูตรแบบ Custom ตาม positioning ของแบรนด์

• Facebook : https://www.facebook.com/BeyondLab1/ 
• IG : https://www.instagram.com/beyondlab_official/  
• Website : https://beyondlab.co.th/ 
• Tiktok : https://www.tiktok.com/@beyondlaboratory 
• Youtube : https://www.youtube.com/@beyond7713 
• Line@ : https://page.line.me/vqm3069f?oat_content=url&openQrModal=true 
• ที่อยู่ : 555/121 หมู่บ้านบี อเวนิว วัชรพล ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร 10220

การเลือกเทคโนโลยีที่ใช่ อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้สินค้าของคุณ “ไม่ใช่แค่ขายได้” แต่กลายเป็น “แบรนด์ที่ลูกค้าจำ”


“กูรูเช็ค” คือชุมชนเจ้าของแบรนด์อาหารเสริมและสกินแคร์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ถ้าอยากอัปเดตงานวิจัย เทรนด์อาหารเสริม–สกินแคร์ก่อนใคร สามารถ join LINE: @gurucheckacademy หรือคลิก https://line.me/R/ti/p/@gurucheckacademy ได้เลยค่ะ 


เขียนโดย : กูรูเช็ค

Views

25
gurucheck

ปรึกษาพัฒนาสูตรกับผู้เชี่ยวชาญเภสัชกร R&D

“กูรูเช็คสร้างชุมชนสำหรับเจ้าของเเบรนด์ และโรงงาน OEM จากความต้องการจริงของตลาดอาหารเสริม สกินเเคร์ และผู้บริโภค ด้วยประสบการณ์ตรงในการเป็นผู้รีวิว เราจึงตั้งใจเป็นที่ปรึกษา พัฒนาสูตร(NPD)ให้กับเจ้าของเเบรนด์ เเละเป็นแพลตฟอร์มที่รวมโรงงาน OEM ที่มีความเก่งในเเต่ละด้านไว้ ให้ตอบโจทย์การผลิตอาหารเสริม สกินเเคร์ ที่ออกฤทธิ์ได้จริงตามงานวิจัย ซึ่งเป็นนโยบายหลักของเรา เพื่อยกระดับวงการอาหารเสริม สกินเเคร์ของไทยให้เเข่งขันได้ในระดับสากล“